รูปแบบในการจัดการองค์กร

2 รูปแบบในการจัดการองค์กรที่ต่างกัน

รูปแบบในการจัดการองค์กร การวางโครงสร้างแบบมีแบบมีแผน ที่แน่นอนในการทำงานจะทำให้การจัดการในองค์กรเป็นไปได้โดยง่ายเพราะรู้หน้าที่ว่าต้องทำอะไรและการจัดการเหล่านี้จะสามารถจัดการและประสานงานได้อย่างเป็นรูปแบบที่มีกฎเกณฑ์แน่นอน

 

ให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางนั้นไปทำงานของตัวเองมีระดับขั้นของการทำงานประสานงานอย่างชัดเจนการจัดการรู้ว่าขอบเขตของการทำงานของตนและแผนกของตนอยู่ในระดับตรงไหน จะทำให้การจัดการความสัมพันธ์ในองค์กรเกิดขึ้นได้เพราะสมาชิกในองค์กรรู้หน้าที่และขอบเขตงานของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหรือหน้าที่ในการทำงานเรานี้เองถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างไร

รวมถึงตำแหน่งของผู้บริหารหรือผู้ให้การตัดสินใจจำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถเป็นอย่างมากเพราะจะได้ทำงานของตัวเองด้วยการตัดสินใจเรื่องราวสำคัญสำคัญต่างๆภายในองค์กรจัดการสิ่งที่ทำให้องค์กรนั้นๆเดินหน้าไปได้ สิ่งเหล่านี้เองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในองค์กรต่างๆที่มีการจัดการโครงสร้างขององค์กรอย่างเป็นแบบเป็นแผนให้ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองสิ่งต่างๆ

ไม่ว่างงานและความรับผิดชอบต่างๆจะทำให้งานเหล่านั้นบรรลุเป้าหมายไปตามแผนที่วางไว้โดยง่าย แต่ใช่ว่าการวางโครงสร้างแบบมีแบบมีแผนจะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จทุกองค์กรเสมอไป มีหลายองค์กรใช้โครงสร้างแบบไม่มีแบบมีแผนไม่จำเป็นต้องระบุตำแหน่งอย่างชัดเจน

แค่ทุกคนทำตามหน้าที่และความถนัดของตัวเองอย่างเต็มรูปแบบ จะตั้งผู้ประสานงานการรวบรวมข้อมูลต่างๆจัดการวางแผนและสร้างสิ่งต่างๆที่ไม่มีกฎเกณฑ์ขึ้นรูปแบบแผนที่เป็นไปตามอิสระเหล่านี้จึงทำให้มีความสบายในการทำงานเป็นอย่างมากเพราะไม่จำเป็นต้อง

ทำงานด้วยการวางแผนมากนักแต่ต้องรู้ว่าเป้าหมายสูงสุดของการทำงานคืออะไรและเป้าหมายขององค์กรคืออะไรสิ่งเหล่านี้เองจะทำให้การขับเคลื่อนของรูปแบบที่ 2 นี้เป็นไปได้อย่างลื่นไหล อย่างนี้เองจึงจำเป็นต้องมีผู้ประสานงานในความถนัดงานและนำกฎเกณฑ์ต่างๆ

ที่สามารถปรับได้ความสำคัญในสมาชิกในองค์กรก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้โดยที่ไม่มีระดับขั้นในการทำงาน นี่เองจึงเป็นความสำคัญอย่างมากของการทำงานทั้ง 2 ที่มีการเอารูปมารวยแล้วอีกรูปแบบหนึ่งคือการสร้างกฎเกณฑ์เฉพาะทางทั้งสองทางไม่ใช่สูตรสำเร็จในการทำงานขึ้นอยู่กับรูปแบบของแต่ละบริษัทหรือธรรมเนียมของแต่ละบริษัท

ที่มีความแตกต่างกันออกไปและความเข้ากันวัฒนธรรมขององค์กรแต่ละองค์กรที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การนำทั้งสองมาปรับใช้ในองค์กรจะทำให้การทำงานสะดวกมากยิ่งขึ้นและกำหนดทิศทางขององค์กรได้ง่ายๆว่าจะมีการทำงานแบบใดสมาชิกในองค์กรก็รู้หน้าที่ของตัวเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet บนมือถือ