ไทย อ้อน แคนาดา สนับสนุนเศรษฐกิจไทย เปิดตลาดข้าวหอม 

       สนับสนุนเศรษฐกิจไทย  เมื่อวันที่ 22 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2565   ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศขึ้นซึ่งเป็นการประชุมการค้าเอเปคโดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นมาเพื่อเป็นการส่งเสริมเกี่ยวกับธุรกิจขนาดเล็กและส่งเสริมเกี่ยวกับเรื่องของการส่งออกนอกจากนี้ยังส่งเสริมเกี่ยวกับเรื่องของพัฒนาด้านเศรษฐกิจ  

       สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมประชุมฝั่งของประเทศไทยนั้น มีตั้งแต่อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศรวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ได้เข้าไปพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการการค้าระหว่างประเทศของประเทศแคนาดาเกี่ยวกับเรื่องของการที่อยากจะให้ประเทศแคนาดานั้นช่วยสนับสนุนการค้าขายกับไทยเพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศไทย

        โดยทางรัฐมนตรีของไทยนั้นอยากจะให้ประเทศแคนาดานั้นส่งเสริมเกี่ยวกับการขอวีซ่าของเชฟว่าให้อนุมัติให้เร็วมากขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากว่าในขณะนี้มีคนไทยหลายคนที่ไปทำธุรกิจที่ประเทศแคนาดา  โดยเป็นการเปิดร้านอาหารไทยแต่มีการนำเชฟจากประเทศไทยไปทำอาหารที่ประเทศแคนาดาแต่ปรากฏว่ายังติดขัดปัญหาเรื่องของการขอวีซ่าของเชฟไทยที่ยังค่อนข้างล่าช้า  

ถ้าหากรัฐมนตรีของประเทศแคนาดาให้การผลักดันในเรื่องนี้ก็จะเป็นการส่งเสริมเกี่ยวกับเรื่องของธุรกิจร้านอาหารไทยที่มีการไปเปิดร้านในประเทศแคนาดาได้นั่นเอง

           พร้อมกันนี้ยังอยากจะให้รัฐมนตรีของประเทศแคนาดานั้นช่วยสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องของข้าวเพื่อสุขภาพรวมถึงข้าวหอมมะลิซึ่งไทยนั้นเป็นประเทศอันดับต้นๆในการส่งข้าวออกไปขายต่างประเทศ    สำหรับตลาดการขายข้าวของไทยนั้นนับว่าประเทศไทยนั้นเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ที่มีการส่งออกเกี่ยวกับข้าวไปขายในตลาดต่างประเทศหลายประเทศทั่วโลกเนื่องจากข้าวไทยนั้นเป็นข้าวที่มีคุณภาพ

        นอกจากนี้ในการประชุมในวันดังกล่าวนั้นสิ่งสำคัญที่ทำให้รัฐมนตรีต่างๆเข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือกันก็คือการให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือกันในช่วงที่มีปัญหายากลำบากเพราะวิกฤตของเศรษฐกิจที่มาจากสถานการณ์การระบาดของไวรัส covid เพราะเศรษฐกิจที่แย่อยู่ในตอนนี้ไม่ได้มีผลกระทบเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นเนื่องจากประเทศแคนาดาเองก็ได้

รับผลกระทบจากวิกฤตของไวรัสโควิคเช่นเดียวกันดังนั้นเจ้าของธุรกิจไม่ว่าจะเป็นขนาดกลางหรือขนาดเล็กต่างก็ได้รับผลกระทบทั้งสองประเทศจึงอยากจะช่วยกันเน้นย้ำให้ความสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจที่เป็นกลุ่มเปราะบางหรือผู้ประกอบกิจการ MSME นั้นเอง  

        อย่างไรก็ตามสำหรับการเจรจาเกี่ยวกับเรื่องของธุรกิจในวันดังกล่าวนั้นทางด้านรัฐมนตรีที่เข้าร่วมในการประชุมยืนยันว่าการพูดคุยหารือนั้นเป็นในทางที่ดีมีแนวโน้มว่าจะมีโอกาสไปลงทุนและทำการค้าทำให้ 2 ภูมิภาคสามารถที่จะทำธุรกิจร่วมกันได้ในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน  เพราะเป็นการส่งเสริมธุรกิจของทั้งสองประเทศให้เติบโตไปด้วยกันนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    สล็อตคาสิโนออนไลน์